ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


ความรู้เรื่องมอด/Beetle

มอด Alfalfa
ชื่อวิทยาศาสตร์: Hypera posticai
ลักษณะทั่วไปของมอด Alfalfa
มอด Alfalfa มีอายุอยู่เพียงปีเดียวในเขตที่มีพืชให้ฝักเยอะๆ
ตัวเต็มวัยมีสีเทา-ดำ มีความยาว 0.20 นิ้ว มีลักษณะคล้ายกับมอดAlfalfaพันธุ์อียิปต์ทั้งรูปร่างภายนอกและนิสัย แต่ต่างกันในทางชีววิทยา และการขยายพันธุ์ในแต่ละพื้นที่
มอดตัวเต็มวัยจะหาที่หลบซ่อนตอนฤดูหนาว หรือต้นฤดูใบไม้ผลิ
ในไม่ช้ามอดตัวเต็มวัยเพศเมียจะเริ่มวางไข่ในฝัก เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอน มันจะรีบตรงไปที่ยอดต้นพืช
เจ้าหนอนไม่มีขานี้ มีความยาวประมาณ 0.25 นิ้ว เมื่อโตเต็มที่แล้ว
เจ้าหนอนมีสีเขียวซีด มีเส้นสีขาวบางๆ พาดกลางหลัง และมีหัวสีน้ำตาล
เติบโตเต็มที่ เมื่ออายุประมาณ 3-4 สัปดาห์
มันหมุนตัวไปมาเพื่อสร้างตัวเป็นดักแด้ อาจจะเป็นบนใบไม้หรือบนพื้น ส่วนใหญ่จะเป็นฤดูร้อนตอนต้นๆ
ใน 1 ปีจะมีการสืบพันธุ์ 1 ครั้ง

 

มอดดิน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Calomycterus sp.
รูปร่างลักษณะ
          ตัวเต็มวัยของมอดดินเป็นด้วงงวงขนาดเล็ก เป็นแมลงปีกแข็ง ลำตัวป้อม ผิวขรุขระมีสีดำปนน้ำตาล และเทา มีขนาดความกว้างของลำตัวเฉลี่ยประมาณ 2.2 มิลลิเมตร ความยาวเฉลี่ย 3.5 มิลลิเมตรตัวเต็มวัยเพศเมียจะวางไข่ในดินบริเวณที่มีต้นพืช ไข่มีลักษณะกลมรี สีขาว ผิวเรียบ เป็นมัน วางเป็นฟองเดี่ยว ๆ มีขนาดกว้างเฉลี่ย 0.30 มิลลิเมตร ยาว 0.50 มิลลิเมตร ไข่จะฟักเป็นตัวหนอนภายใน 5-7 วัน ตัวหนอนมีรูปร่างงอเป็นตัว C ตัวหนอนที่ออกจากไข่ใหม่ ๆ จะมีสีขาวใส และมีขนเล็ก ๆ ทั่วทั้งตัวหัวกะโหลกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เข้มขึ้นเรื่อยตามอายุ ตัวหนอนโตเต็มที่จะยาว 6.5 มิลลิเมตร มีความกว้างของหัวกะโหลกโดยเฉลี่ยประมาณ 0.75 มิลลิเมตร ตัวหนอนเข้าดักแด้เมื่ออายุเฉลี่ยประมาณ 45 วัน ดักแด้มีรูปร่างแบน exerate pupa คือ ขาและปีกเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ติดกับตัว มีสีขาวครีมมีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 2 มิลลิเมตร ยาวโดยเฉลี่ยประมาณ 3.9 มิลลิเมตร ระยะดักแด้ประมาณ 5 วัน ตัวเต็มวัยมีอายุได้นานถึง 8 เดือน ในเวลากลางวันจะพบอยู่ทั่ว ๆ ไปในแปลงหรือหลบอยู่ใต้ดินในบริเวณโคนต้น โดยเฉพาะตามกองดินของข้าวโพดที่เริ่มงอก และเริ่มออกหากินในเวลาพลบค่ำพร้อมกับจับคู่ผสมพันธุ์
 
ลักษณะการทำลาย
          มอดดินหรือมอดช้าง เป็นด้วงงวงขนาดเล็กอาศัยอยู่ในดิน พบทั่วไปในไร่ข้าวโพด โดยเฉพาะระยะกล้าแมลงชนิดนี้จะทำลายพืชในระยะตัวเต็มวัย ต้นกล้าข้าวโพดจะเสียหาย ต้นที่ถูกกัดทำลายจะแตกแขนงชะงักการเจริญเติบโต ทำให้ข้าวโพดแก่ไม่พร้อมกัน ฝักลีบเล็กหรือไม่ติดฝัก
 
การป้องกันกำจัด
          การป้องกันและกำจัดมอดดินวิธีที่ดีที่สุด การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเนื่องจากมอดดินจะระบาดทำลายข้าวโพดตั้งแต่ ระยะเริ่มงอกประมาณ 10 วันเท่านั้น การใช้สารเคมีประเภทคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกจะป้องกันการทำลายมอดดินได้ดี ให้ผล ผลิตตอบแทนสูง เช่น Carbosulfan 25 % ST ในอัตรา 20 กรัม / เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม หรือ imidacloprid 70 % WS ในอัตรา 5 กรัม/เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม หากจำเป็นและเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ถ้าพบการระบาดทำลายของมอดดินเมื่อข้าวโพดงอกแล้ว สารเคมีที่ควรใช้ฉีดพ่นในระยะนี้คือ Carbosulfan 20 % EC ในอัตรา 30 มล./น้ำ 20 ลิตร
 

มอดยาสูบ (Cigarette beetle)
ชื่อสามัญ: Cigarette beetle

ชื่อวิทยาศาสตร์: Lasioderma serricorne
Family: Anobiidae
Order: Coleoptera
Class: Insecta

รูปร่างลักษณะ; ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็กรูปไข่ หลังนูน สีน้ำตาล ยาวประมาณ 2-2.5 มิลลิเมตร ลักษณะเด่นชัดของมอดยาสูบ คือส่วนหัวและอกปล้องแรกงองุ้ม และโค้งลงด้านล่าง
 
 
อาหาร: ใบยาสูบ เห็ดหอมแห้ง ธัญพืชต่างๆ อาหารจำพวกแป้ง กุ้งแห้ง เครื่องเทศ และอาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่ เป็นต้น
 
วิธีการป้องกันกำจัด
1. ควรทำความสะอาดพื้นอาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดแหล่งอาหารที่ตกอยู่ตามพื้น และแหล่งหลบซ่อนตามซอกมุมต่างๆ เช่น ตามมุมของโคนเสา ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า เป็นต้น
2. ซ่อมแซมรอยแตกร้าวของผนังอาคาร เพื่อป้องกันการเข้ามาอาศัยของแมลง
3. ทำการ Fumigate วัตถุดิบก่อนที่จะนำเข้ามาเก็บไว้ และ Fumigate สินค้าที่รอ Reject เพื่อป้องกัน การแพร่พันธุ์ของแมลงในโรงเก็บ กระจายไปในพื้นที่ใกล้เคียงได้
4. ไม่เก็บวัตถุดิบไว้เป็นเวลานาน เพื่อไม่ไห้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์หรือแหล่งสะสมของแมลงในโรงเก็บ
5. ใช้ pheromone trap เพื่อกำจัดตัวเต็มวัยและเป็นตัว monitor การระบาดและการแพร่กระจายของแมลงจำพวกมอดแป้ง และมอดยาสูบ

       มอดฟันเลื่อย (Saw-toothed grain beetleOryzaephilus surinamensis L.)
         เป็นมอดสีน้ำตาลแดง ลำตัวยาวประมาณ 2.5 - 3.0  มิลลิเมตรชอบทำลายเมล็ดข้าวสาลีที่ถูกมอดข้าวสารหรือมอดข้าวเปลือกกัดกินไปแล้ว พบมากในโรงยุ้งที่สกปรกและอบ ทำลายเมล็ดธัญพืชได้หลายชนิด
          ปริมาณการขยายตัวของจำนวนมอดจะลดลงได้โดย
          1.  สภาพในโรงเก็บและเมล็ดมีความชื้นต่ำ
          2.  เก็บไม่ให้มีอากาศถ่ายเท
          3.  อุณหภูมิต่ำ
          ดังนั้น การเก็บรักษาข้าวสาลีที่ดีควรปฏิบัติดังนี้
          4.  ก่อนเอาเข้าโรงเก็บ เมล็ดต้องแห้ง (โดยมีความชื้นต่ำกว่าร้อยละ 12)
          5.  เก็บเมล็ดไว้ในภาชนะที่ปิดได้มิดชิดเพื่อ
                    6.  ป้องกันไม่ให้มอดเข้าถึงเมล็ด
                    7.  ป้องกันความชื้นและอากาศถ่ายเท ถ้าเป็นไปได้
          ถ้าเป็นถังที่มีฝาบนเปิด   ให้โรยขี้เถ้ากลบเมล็ดที่ปากถัง  และใช้ผ้าพลาสติกคลุมปากถังก่อนปิดฝาถังเพื่อป้องกันไม่ให้มอดเข้าทำลายห้ามมิให้เก็บข้าวสาลีในกระสอบ หรือกองไว้ในโรงเก็บข้าว (เป็นแหล่งที่อยู่ของมอด)
          หลังจากเก็บรักษาเมล็ดไว้ได้เป็นเวลา 2 เดือน ให้ตรวจสอบเมล็ดว่ามีมอดเข้าทำลายหรือไม่ โดยใช้มือคลุกเคล้าเมล็ด แล้วรอดูผลสักครูหนึ่ง ถ้ามีมอดปรากฏขึ้นมา ให้นำเอาเมล็ดออกตากแดด ทำความสะอาดเมล็ดใหม่เพื่อขจัดไข่ของมอดและเศษต่าง ๆ ที่เป็นอาหารก่อนนำเมล็ดที่ตากแดดแล้วเข้ารักษาไว้ในโรงเก็บ
มอดฟันเลื่อย (Saw-toothed grain beetleOryzaephilus surinamensis L.)
         เป็นมอดสีน้ำตาลแดง ลำตัวยาวประมาณ 2.5 - 3.0  มิลลิเมตรชอบทำลายเมล็ดข้าวสาลีที่ถูกมอดข้าวสารหรือมอดข้าวเปลือกกัดกินไปแล้ว พบมากในโรงยุ้งที่สกปรกและอบ ทำลายเมล็ดธัญพืชได้หลายชนิด
          ปริมาณการขยายตัวของจำนวนมอดจะลดลงได้โดย
          1.  สภาพในโรงเก็บและเมล็ดมีความชื้นต่ำ
          2.  เก็บไม่ให้มีอากาศถ่ายเท
          3.  อุณหภูมิต่ำ
          ดังนั้น การเก็บรักษาข้าวสาลีที่ดีควรปฏิบัติดังนี้
          1.  ก่อนเอาเข้าโรงเก็บ เมล็ดต้องแห้ง (โดยมีความชื้นต่ำกว่าร้อยละ ๑๒)
          2.  เก็บเมล็ดไว้ในภาชนะที่ปิดได้มิดชิดเพื่อ
                    2.1  ป้องกันไม่ให้มอดเข้าถึงเมล็ด
                    2.2  ป้องกันความชื้นและอากาศถ่ายเท ถ้าเป็นไปได้
          ถ้าเป็นถังที่มีฝาบนเปิด   ให้โรยขี้เถ้ากลบเมล็ดที่ปากถัง  และใช้ผ้าพลาสติกคลุมปากถังก่อนปิดฝาถังเพื่อป้องกันไม่ให้มอดเข้าทำลายห้ามมิให้เก็บข้าวสาลีในกระสอบ หรือกองไว้ในโรงเก็บข้าว (เป็นแหล่งที่อยู่ของมอด)
          หลังจากเก็บรักษาเมล็ดไว้ได้เป็นเวลา 2  เดือน ให้ตรวจสอบเมล็ดว่ามีมอดเข้าทำลายหรือไม่ โดยใช้มือคลุกเคล้าเมล็ด แล้วรอดูผลสักครูหนึ่ง ถ้ามีมอดปรากฏขึ้นมา ให้นำเอาเมล็ดออกตากแดด ทำความสะอาดเมล็ดใหม่เพื่อขจัดไข่ของมอดและเศษต่าง ๆ ที่เป็นอาหารก่อนนำเมล็ดที่ตากแดดแล้วเข้ารักษาไว้ในโรงเก็บ

                                                                               

 

 

 

 

 

 

 

 

                

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ที.ซี.เพรสคอนโทรล เซอร์วิส จำกัด
ที่อยู่ :  เลขที่ 7/24 หมู่บ้านสมอโพรง ตำบล :  หัหิน อำเภอ : หัวหิน
จังหวัด : ประจวบคีรีขันธ์     รหัสไปรษณีย์ : 77110
เบอร์โทร :  032-515147 แฟ็กซ์ : 032-515147     มือถือ :  085-2959930
อีเมล : t.c.pestcontrol@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.tc-pestcontrol.com