สำหรับในเรื่องของการแยกเพศนกพิราบว่าตัวไหนเป็นตัวผู้ ตัวไหนเป็นตัวเมียนั้น ในคนที่เลี้ยงนกพิราบใหม่ๆ อาจจะยังไม่มีความชำนาญในการแยกเพศเท่าไรนัก แต่เดี๋ยวทำไปนานๆ ก็ชินไปเอง หลักการง่ายๆ ในการแยกเพศของนกพิราบก็คือ ตัวผู้นั้นจะมี่ร่างกายที่บึกบึนมากกว่า ตัวสูงกว่า และหัวกะโหลกมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย มีนิสัยชอบก่อการร้าวราญ หรือหาเรื่องทะเลากับตัวผู้ด้วยกันเอง จะไม่ค่อยรังแกนกตัวเมีย ส่วนตัวเมียนั้น เมื่อยืนบนพื้นที่ราบเรียบในสภาพที่ปกติแล้ว เส้นหลังจะทอดเป็นระดับมากว่าตัวผู้ และไม่ค่อยทะเลาะกันเองเท่าไร นอกเสียจากจะแย่งรังกันวางไข่ เมื่อโตเต็มที่ถึงวัยผสมพันธุ์แล้วเท่านั้น
นกพิราบสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และสภาพแวดล้อม สามารถออกไข่ฟักลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่เหมาะสมคือช่วงที่ไม่มีฝน นกพิราบไม่ชอบทำรังบนต้นไม้ เนื่องจากมันสืบสายพันธุ์มาจากนกที่อยู่ตามผาหิน ดังนั้น มันจึงชอบทำรังบนพื้นแข็งที่เป็นช่องหรือซอ? เช่น ใต้ชายคาบ้าน ใต้หลังคาหรือซอกอาคาร ของโบสถ์ วิหาร สำหรับผู้เพาะเลี้ยงสามารถหาจานไข่สำเร็จรูปที่ทำจากปูนปลาสเตอร์ แล้วใส่ใบไม้แห้ง เศษฟาง หรือ ทรายแห้ง เพื่อรองบริเวณก้นจาน ตัวเมียจะวางไข่หลังจากเข้าคู่แล้วประมาณ 10 วัน ไข่ใบแรกมักจะออกในช่วงเย็นประมาณ 17.00-18.00 น. ไข่ใบที่สองจะออก 2 วันต่อมา และมักจะออกในช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00-17.00 น. หลังจากไข่ครบ 2 ใบแล้ว ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะผลัดกันฟักไข่ โดยตัวผู้จะกกในช่วงเวลา 10.00-17.00 น. นอกนั้นตัวเมียจะกกเอง ประมาณ 18 วัน ลูกนกจะฟักออกจากไข่ทีละใบห่างกัน 1 วัน ทั้งพ่อนกและแม่นกจะช่วยกันป้อนอาหารให้แก่ลูกนก โดยในช่วงสัปดาห์แรก พ่อและแม่นกจะขย้อนสารอาหารที่มีโปรตีนสูง ลักษณะคล้ายน้ำนมที่เรียกว่า pigeon milk ให้กับลูกอ่อน และจะค่อยๆทดแทนด้วยเมล็ดธัญญาหารเมื่อลูกนกโตขึ้น ขนลำตัวและขนปีกจะงอกเต็มที่เมื่อลูกนกอายุได้ 35 วัน สำหรับนกเลี้ยง เรามักจะใส่ห่วงขานกในขณะที่เป็นลูกอ่อน หลังออกจากไข่ประมาณ 5-7 วัน ห่วงขาที่ใส่จะติดตัวนกไปตลอดชีวิตและไม่สามารถถอดหรือเปลี่ยนได้ ตัวห่วงจะบอกปี คศ. ที่นกเกิด ลำดับตัวเลขที่ไม่ซ้ำกัน และชื่อย่อสมาคมนกพิราบที่ผลิตห่วงออกจำหน่าย
อาหาร
นกพิราบเป็นนกที่กินเมล็ดธัญญพืช เช่น ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง เมล็ดทานตะวันดำ และกินกรวดหรือเศษอิฐเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร เปลือกหอยป่นก็เป็นสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะสำหรับลูกนกที่กำลังเจริญเติบโตและต้องการแคลเซี่ยมเพื่อการสร้างกระดูก การให้อาหาร ควรให้เป็นเวลา วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น น้ำดื่มที่สะอาดควรจัดเตรียมเอาไว้ในกรงให้นกได้ดื่มตลอดเวลา กรง ขนาดและรูปแบบของกรงจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของนกพิราบที่เลี้ยง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ สภาพภายในกรงจะต้องแห้ง ไม่เปียกชื้น เพราะความเปียกชื้นเป็นบ่อเกิดของโรคชนิดต่างๆที่จะทำให้นกพิราบป่วยและตายได้ กรงควรจะโปร่งลมถ่ายเทได้สะดวก แดดสามารถส่องเข้าไปในกรงได้ในบางช่วงของวันและถ้าเป็นแดดในช่วงเช้าจะดีที่สุด
อุปกรณ์การเลี้ยง
นกพิราบนั้น ถึงแม้จะเป็นสัตว์จำพวกนก แต่การเลี้ยงดูก็แตกต่างกันไป ดังนั้นอุปกรณ์สำหรับนกพิราบก็ย่อมแตกต่างจากนกประเภทอื่นด้วย
หิ้งนอน
เนื่องจากว่านกพิราบเป็นนกที่ไม่ชอบเกาะคอน แต่จะชอบนอนบนหิ้งนอนมากกว่า ฉะนั้นเราจึงควรทำหิ้งนอนเอาไว้สำหรับเค้า ขนาดที่เหมาะสมคือกว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวตอนละ 1 ฟุต มีผนังกั้นเป็นตอนๆ ถ้าเลี้ยงเอาไว้เป็นจำนวนมากก็ต้องทำหิ้งซ้อนๆ กัน เรียงไว้หลายแห่ง นกก็จะเลือกที่นอนของตัวเองและนอนอยู่อย่างนั้นไม่มีการเปลี่ยนที่ใหม่
รังหีบ
อาจจะทำไว้ใต้ที่นอนติดเรียงไปตามผนังของสถานที่เลี้ยง โดยให้สูงจากพื้นมากที่สุด เพราะจะง่ายในการทำความสะอาด โดยที่เราไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ขนาดที่เหมาะสมคือกว้าง 24 นิ้ว ลึก 18 นิ้ว เป็นอย่างต่ำ และควรจะมีกระจกกั้นเป็นฉาก เมื่อนำคู่ของนกที่จะผสมพันธุ์เข้าไปไว้ในการผสมพันธุ์ครั้งแรก และเมื่อให้นกคู่นี้ผสมเป็นครั้งที่ 2 อาจทำรังหีบขนาด 9 นิ้วไว้ใช้ข้างหลังรังหีบนี้ ส่วนลูกที่ฟักเป็นตัวในการผสมพันธุ์ครั้งแรกก็ให้ปล่อยไว้ในหีบตามเดิม
ภาชนะใส่อาหาร
รางหรือภาชนะที่ใช้ใส่อาหารจะต้องจัดไว้ให้ทุกครั้งที่เลี้ยง ภาชนะที่ใส่ควรเป็นแบบเปิดก้นได้และต้องล้างทำความสะอาดทุกวัน
ภาชนะใส่น้ำ
เราจะต้องจัดน้ำกินไว้ให้นกได้ดื่มอยู่เสมอและยิ่งเป็นฤดูร้อนควรดูแลมากหน่อย เพราะโดยธรรมชาติของนกพิราบนั้นชอบอาบน้ำเล่นน้ำตลอดทั้งปี เราจึงต้องมีภาชนะไว้ให้นกได้เล่นน้ำด้วย อาจจะเป็นวัตถุเคลือบหรืออ่างดินเผาและจะต้องสามารถเปิดก้นทิ้งน้ำได้ เพราะเมื่อนกเล่นน้ำแล้วจะสกปรกควรไขน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้นกดื่มกิน
นกพิราบขาวพันธุ์สื่อสาร
นกพิราบพันธ์สื่อสารที่มีสีขาวล้วน ดูสวยงามและโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ในวันที่ท้องฟ้าสดใส แสงแดดจะกระทบกับปีกที่กำลังกระพือเห็นเป็นสีขาวตัดกับสีท้องฟ้า หากบินเกาะกลุ่มกันเป็นฝูงก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก นกพิราบสีขาวเกิดจากการผ่าเหล่าและเป็นลักษณะด้อย ในที่นี้หมายความว่า หากทำการจับคู่นกพิราบสีขาวกับนกพิราบสีอื่นๆ จะไม่ได้ลูกนกพิราบสีขาวอีกเลย ฉะนั้น หากต้องการเพาะลูกนกให้มีสีขาว ต้องใช้พ่อนกและแม่นกที่มีสีขาวเท่านั้น แต่ในเชิงปฏิบัติมักจะไม่ได้ลูกนกสีขาวล้วน มักจะมีสีอื่นๆปนเปื้อนเป็นจุด เป็นแต้ม เป็นปื้นหรือเป็นแถบเสมอ ดังนั้นการจะสร้างสายพันธุ์นกพิราบสีขาวล้วนจึงเป็นงานที่ต้องใช้เวลาหลายปี ( 5-10 ปี ) กว่าจะได้เป็นสายพันธุ์แท้ที่ให้ลูกเป็นนกพิราบสีขาวล้วน ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป มีผู้เพาะเลี้ยงและปรับปรุงสายพันธุ์นกพิราบสีขาวล้วนหลายราย แต่ละรายจะมีนกพิราบขาวในสต๊อกตั้งแต่ 300-400 ตัวขึ้นไป โดยมีจุดประสงค์ในการเพาะเลี้ยง 2 ประการ คือ เพี่อการแข่งขันบินทางไกล และ เพี่อเป็นนกปล่อยในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส พิธีเปิดการแข่งขันกีฬา เป็นต้น นกพิราบขาวพันธุ์สื่อสารที่เคยมีชื่อเสียงว่าสวยที่สุดในโลก คือสายพันธุ์ที่เรียกว่า pletinckx ซึ่งพัฒนาโดยผู้เพาะเลี้ยงในประเทศเบลเยี่ยม มีลักษณะสีขาวล้วน รูปทรงสวยงาม และบินเร็ว และมามีชื่อเสียงสูงสุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ. 1960-1970 เมื่อ วอลท์ ดิสนีย์ นำมาแสดงในภาพยนตร์ เรื่อง " Pigeon Fly Home " ปัจจุบันยังมีนกพิราบสายพันธุ์นี้ได้รับการเลี้ยงดูและปล่อยบินอวดความสวยงามอยู่ในสวนพักผ่อนหย่อนใจของอาณาจักรดิสนีย์แลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
โรคของนกพิราบ
สามารถแบ่งออกเป็นหลายๆชนิด ทั้งที่เกิดอยู่ภายในระบบทางเดินหายใจ เช่นในปากและลำคอ หรือที่เกิดอยู่ในระบบทางเดินอาหาร เช่นในลำใส้ เป็นต้น โรคต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพของนกพิราบทั้งนั้น ตราบใดที่นกของเราต้องผจญกับภัยคุกคามเหล่านี้ ย่อมทำให้นกไม่สามารถแสดงออกความสามารถที่มันมีได้ และผลงานในการแข่งขันย่อมฟ้องตัวมันเองอย่างแน่นอน
เป็นนกพิราบพันธุ์สื่อสารสีขาวล้วนที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่โดยคนไทย จากจุดอ่อนของนกพิราบขาวที่มีดวงตาเป็นสีดำทึบ ได้รับการปรับปรุงลักษณะสีของดวงตาให้มีสีสดใสและหลากหลาย เช่น สีแดง สีชมพู สีเงิน สีส้ม และสีเหลือง ทำให้นกพิราบขาวสยามสวยเด่นกว่านกพิราบขาวทั่วๆไป และขณะนี้เป็นที่ยอมรับของผู้เพาะเลี้ยงนกพิราบจากทั่วทุกมุมโลกแล้วว่า นกพิราบขาวสยามเป็นนกพิราบขาวพันธุ์สื่อสารที่สวยที่สุดในโลก
ประกายความคิด
จากการสังเกตุคนผิวขาวชาวเอเชียที่มีดวงตาสีดำน้ำตาลเหมือนกันหมด เปรียบเทียบกับคนผิวขาวที่มีเชื้อสายคอเคเชี่ยนซึ่งมีสีของดวงตาเป็นสีสดใสและหลากหลาย ทำให้เกิดแนวคิดที่จะพัฒนานกพิราบสีขาวให้มีสีของดวงตาหลากหลายขึ้นมาบ้าง
จุดเริ่มต้น
ประมาณ 20 ปีย้อนหลัง ได้ทำการเสาะหานกพิราบสีขาวพันธุ์สื่อสารทุกรูปแบบเท่าที่จะหาได้เพื่อนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มได้เป็น 4 ชนิด คือ
- นกพิราบสีขาวล้วน ดวงตามีสีดำทึบ (Albino)

- นกพิราบสีขาวที่มีสีอื่นๆปนเป็นปื้นหรือเป็นแถบ (Splash) ดวงตาอาจจะมีสีหลากหลายหรือสีดำทึบ
- นกพิราบสีขาวที่มีแต้มสีดำกระจายทั่วตัว (Grizzle) ดวงตามักจะเป็นสีหลากหลาย
- นกพิราบขาวที่เกิดจากนกสีโกโก้ที่มีความผิดปกติในการสร้างสี ( Dilution ) สีโกโก้จะจางลงมากจนสีพื้นเกือบเป็นสีขาวและมีลายสีโกโก้เข้มหรืออ่อนแซมอยู่ แต่ลักษณะที่เด่นที่สุดคือ ดวงตาจะมีสีสดใส
จากการทดลองผสมนกพิราบสีขาวทั้ง 4 ชนิดสลับไปมา พบว่าลูกนกที่ได้จากการผสมของสายพันธุ์ที่ 1 และสายพันธุ์ที่ 4 มีแนวโน้มที่จะได้เป็นนกพิราบสีขาวที่มีดวงตาหลากสี จึงได้ทำการผสมลงลึกและคัดสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดได้นกพิราบสีขาวล้วนที่มีดวงเป็นสีหลากสี เป้าหมายต่อไปคือการพัฒนารูปร่างให้ได้สัดส่วนและสวยงาม ขั้นตอนสุดท้ายคือการพัฒนาศักยภาพในการบินเร็ว เพื่อใช้แข่งขันในกีฬานกแข่ง
คุณสมบัติ พิราบขาวสยาม เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่ง ที่สามารถเลี้ยงให้เชื่องกรงได้ เวลาปล่อยออกจากกรง จะบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความปราดเปรียว ขณะบินเดี่ยว ชอบบินฉวัดเฉวียน บินดิ่ง และบินทะยาน ถ้ามีหลายตัว ชอบบินเกาะกลุ่มไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ท้องฟ้ามีอากาศแจ่มใส พิราบขาวสยามจะบินเล่นไต่ระดับขึ้นไปสูงถึงตึก 20-30 ชั้น แสงแดดจะสะท้อนกับปีกที่ขยับบิน เห็นเป็นแสงระยิบระยับ เป็นธรรมชาติที่ดูสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อบินเล่นจนพอใจแล้ว จะบินกลับและเข้ากรงได้เอง เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงนกพิราบแข่งที่จะเลี้ยงนกพิราบขาวสยามไว้ดูเพลิดเพลินและคลายเครียดจากการแข่งขัน สำหรับผู้รักสัตว์เลี้ยงทั่วๆไป นกพิราบขาวสยามก็เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่น่าสนใจและมีอนาคต จากคุณสมบัติที่สวยงามและหายาก หากได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่ง ที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทย
คุณประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ
เนื่องจากเป็นนกพิราบพันธุ์สื่อสารที่มีความสวยงาม ดังนั้น ตลาดโดยตรงของนกพิราบสายพันธุ์นี้ คือ ผู้เพาะเลี้ยงนกพิราบพันธุ์สื่อสารและพันธุ์สวยงาม ซึ่งมีจำนวนนับล้านคนทั่วโลก ที่ต้องการสะสมนกที่สวยงามและหายากเอาไว้ในสต๊อกของตนเอง นอกจากนี้หากทำการโปรโมทเข้าไปในตลาดผู้รักสัตว์เลี้ยงทั่วๆไปด้วยแล้ว ก็จะสามารถขายนำเงินตราเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมหาศาล เนื่องจากพิราบขาวสยามเป็นนกพิราบสายพันธุ์ใหม่ จึงสามารถกำหนดราคาได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการแข่งขันตัดราคา และคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีหลังการเปิดตัวของนกพิราบขาวสยามในตลาดโลก คู่แข่งขันจึงจะสามารถพัฒนาขึ้นมาทัดเทียม ซึ่งก็จะส่งผลดีกลับมาอีกครั้ง เพราะตลาดจะกว้างออกไป ขณะที่ผู้ริเริ่มยังคงความได้เปรียบในด้านความหลากหลายของสายพันธุกรรมที่มีอยู่ในสต๊อก
แนวทางการพัฒนาสายพันธุ์ในอนาคต
ลักษณะภายนอกสีขาวล้วน ช่วงปีกและลำตัวยาวสมส่วน ยืนสง่า ดวงตามีสีสดใสและหลากหลาย ความท้าทายข้างหน้าคือการทำสีตาให้เป็นสีเขียวและสีฟ้า